10 ฟีเจอร์ที่ไม่ควรพลาดใน iOS 10

By Trends

iOS 10 มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก และลูกเล่นอีกมากมาย ไปดูกันดีกว่า 10 ฟีเจอร์ที่ไม่ควรพลาดใน iOS 10 มีอะไรบ้าง

 

1.Lock Screen

Lock Screen ถูกปรับปรุงโดยเน้นการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น ในส่วนของการแจ้งเตือน, Control Center,Notification Center ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อการใช้งานที่ดีกว่า และเมื่อยก iPhone ขึ้นมาหน้าจอจะสว่างอัตโนมัตโดยไม่ต้องกดปุ่ม sleep/wake อีกต่อไป

startframe_large-4

screen7_large2. นักพัฒนาสามารถเข้าถึง Siri ได้แล้ว

Apple เปิด Siri SDK ให้กับนักพัฒนานำไปใช้เชื่อมต่อกับแอพของตัวเอง ทำให้สามารถสั่งการแอพได้จาก Siri โดยตรง ตอนนี้นักพัฒนาสามารถเชื่อมต่อ Siri เข้ากับแอพของตัวเองได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการใช้งาน Siri ให้ราบรื่นยิ่งขึ้นในเพื่อการใช้งานชีวิตประจำวัน เช่นการใช้งานร่วมกับ Apple CarPlay เป็นต้น siri_large

3. QuickType

Appleได้ มีการปรับปรุงการทำงานของระบบเดาคำให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยจะมีการดูสภาพแวดล้อมและคาดเดาการพิมพ์ตอบให้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนภาษาเองได้เมื่อกำลังพูดคุยกับผู้ใช้งานอีกฝั่ง หนึ่งที่อาจจะพูดคนละภาษา (เช่น สลับจากภาษาไทยเป็นอังกฤษ) นอกจากการเดาคำแล้ว ยังสามารถกดเพื่อใส่ Location หรือข้อมูลติดต่ออัตโนมัติได้ โดยดูจากการพูดคุยของฝ่ายตรงข้าม แล้ว iOS 10 จะไปนำข้อมูลต่าง ๆ มาแสดงเพื่อเป็นการแนะนำการตอบ

 

4. Photos

มี การเพิ่มการทำงานของการวิเคราะห์รูปภาพเพื่อนำมาแสดงในการค้นหา ทั้งโดย Spotlight และ Siri แล้วก็ยังมีฟีเจอร์ใหม่คือจะมีการรวบรวมรูปภาพมาแจ้งเตือนความทรงจำ Apple ยังได้ปรับปรุงระบบการจดจำใบหน้าให้แม่นยำมากขึ้น และนำมาใช้ร่วมกับการแสดงความทรงจำ และการค้นหาต่าง ๆ

screen1_large

5. Maps

มี การออกแบบหลายส่วนใหม่ การค้นหาที่ทำได้ดีกว่าเดิม และมีการปรับปรุงการทำงานร่วมกับ CarPlay ทำให้สามารถใช้งานในรถยนต์ได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ยังมีการเพิ่มการทำงาน แบบ Proactive ซึ่งจะเป็นการคาดเดากิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำแล้วนำมาเป็นการนำเสนอเส้นทางหรือแจ้งเตือนการเดินทางต่าง ๆ เช่น การจราจร, ทิศทาง เป็นต้น

screen2_large 

6. Apple Music

มี การออกแบบเพื่อให้การใช้งานง่ายยิ่งขึ้น โดยเน้นการออกแบบที่ให้ความสำคัญไปที่เสียงเพลง นอกจากการปรับปรุงการออกแบบแล้ว ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเช่น มีเนื้อเพลงให้สามารถดูในแอพได้เลย Apple Music การปรับปรุงครั้งนึ้จึงเน้นไปที่ความง่ายในการใช้งานนนั่นเอง

screen4_large

7. News

ถูก ปรับปรุงใหม่ มีการเพิ่มระบบสมัครรับข่าวสารข้อมูล จากแหล่งข่าวสำคัญๆ ทำให้สามารถรับข่าวสารได้ทางการแจ้งเตือน และข่าวด่วนต่างๆ ได้โดยที่ไม่ต้องเข้าไปในแอพ จะมีการส่งการแจ้งเตือนที่น่าจะสนใจ ขึ้นมาขึ้นบนหน้าจอ LockScreen ให้สามารถกดเข้าไปอ่านได้เลย

8. แอพใหม่ Home

ระบบ จัดการบ้านอัจฉริยะของ Apple มาพร้อมกับแอพใหม่Home ซึ่งเป็นแอพแยกมาและมีเมนูให้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านได้เลย Apple ยังเน้นย้ำด้านความปลอดภัยโดยใช้การเข้ารหัสแบบ end-to-end เพื่อไม่ให้มีการกระทำการใด ๆ ที่เป็นอันตรายผ่านทาง HomeKit

screen9_large

9. Phone รวมทุกสายไว้ที่แอพเดียว

สามารถ รับสายจากแอพ VoIP ต่างๆ เช่น LINE, Facebook Messenger, Whatsappและอื่น ๆ ในแอพ Phone ได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าไปในแอพเพื่อรับสายอีก นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการใช้งาน Voice Mail ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นโดยตอนนี้ iOS จะสามารถแจ้งเตือนได้ว่า Voice Mail ดังกล่าวเป็นสแปมหรือเปล่า แล้วยังมีระบบแปลง voice mail มาอยู่ในรูปตัวอักษรให้เราอ่านก่อนได้

 

10. iMessage

Apple ยกระดับ iMessage ให้เป็น App แชทที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยมีการเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การส่ง Sticker, Animation ต่าง ๆ ของกล่องข้อความ emoji ยังมีฟีเจอร์ต่างๆอีกเช่น ข้อความลับ ข้อความที่สร้างความตื่นเต้น หรือแม้กระทั่งการเขียนด้วยลายมือ

screen8_large

startframe_largescreen5_large

iOS 10 จะเปิดให้ Update ได้ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนนี้เป็นต้นไป (ประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 13 กันยายน)

 

อุปกรณ์ที่สามารถอัพเดท iOS 10 ได้มีดังนี้

2016-09-13_111145

1. iPhone :

iPhone: iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPhone SE, iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone 7, iPhone 7 Plus

 

2. iPad :

iPad 4th generation, iPad Air, iPad Air 2, iPad Pro, iPad mini 2, iPad mini 3, iPad mini 4

 

3. iPod : iPod touch 6th generation

 

ก่อนการอัพ เดททุกครั้งแนะนำให้ทำการสำรองข้อมูลก่อนทุกครั้งเสมอเพื่อป้องกันรูปหาย ข้อมูลหาย อัพแล้วค้าง โดยสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

 

1. Backup ผ่าน iTunes

โดยการเสียบสายอุปกรณ์เข้ากับ iTunes และ กด Back Up Now หรือเลือก File > Device > Backup

 

2. Backup ผ่าน iCloud

ไปที่อุปกรณ์ที่ต้องการ Backup แล้วไปที่ Setting > iCloud > Backup

 

สามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ www.studio7thailand.com และ Facebook Page iStudio by comseven เราพร้อมอัพเดทข่าวให้คุณไม่พลาดทุกการติดตาม

Tagged under: